CH5: Pursuit of happiness??

posted on 25 Oct 2012 14:56 by do-u-no directory Cartoon, Idea
Pursuit of happiness...really?
 
 
 
 

CH4: โฆษณา สะกดจิต?

posted on 15 Oct 2012 09:22 by do-u-no directory Entertainment, Diary
 
เวลาที่่ดูรายการโปรดในทีวีนั้น ช่วงเวลาที่เบื่อสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่เราจะผละออกจากทีวีได้ เพื่อไปเข้าห้องน้ำ ชงชา กาแฟ กินน้ำ ปัสสาวะ บีบสิว หรืออะไรต่อมิอะไรนั้น เราจะอาศัยช่วงที่รายการทีวีกำลัง "โฆษณา" สินค้าที่เป็นสปอนเซอร์ของรายการ นี่แหละ แต่หากว่าไม่ได้ลุกไปไหนละก็ ทนดูกันไปเถอะครับ
 
ผมว่าทีวีผมเสียนะ ="= และทีวีทุกๆคนคงจะเสียแบบทีวีผม และก็คงเสียเหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ สงสัยทีวีผมหลุด QC เกาหลีใต้แน่ๆ คือแบบว่าพอรายการสนุกๆเนี่ย เสียงก็ปรกตินะ ค่อนไปทางเบาด้วย แต่พอถึงช่วงพักโฆษณาล่ะก็ แบบว่า เหมือนผีหลอก คือดังขึ้นมาเองเฉยเลย รีม่งรีโมทก็่ยังไม่ได้กดปรับเพิ่มเสียงอะไรเลย ...แบบว่าจูนหูไม่ทัน ดังเกิ้น!!
 
คิดเหมือนกันมั้ยว่า โฆษณา จริงๆแล้วก็ไม่ต่างไปจากการสะกดตจิตคนใ้ห้คล้อยตามในสิ่งที่อยากจะให้ทำ อยากจะให้ชอบ อยากจะให้ซื้อ สิ่งที่พูดถึงในโฆษณานั้นไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกซะทีเดียว หรือไม่ครบ ไม่ก็พูดเร็วเกินที่หูคนจะฟังทันแล้วเข้าใจ ผมว่าการนั่งดูโฆษณาขายสินค้าในทีวี แล้วคิดตามมันก็มีความสนุกอยู่เหมือนกันนะ ผมมักจะไม่ลุกไปไหนเวลาโฆษณา (เป็นเพราะขี้เกียจแหละครับ แหะๆ) คือ อยากจะดูว่าโฆษณาที่ดูนั้นเค้าจะสะกดจิต...เอ่ออ...นำเสนอสินค้าให้เราอยากซื้ออย่างไรบ้างน้า....
 
จะว่าไปแล้วสินค้าต่างๆที่โฆษณาใน TV นั้นเยอะมากกกกกกก แต่หากมองกันดีๆ แล้วจับเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้ว จะเห็นว่าในผลิตภัณฑ์ที่คล้ายๆกันนั้นจะมีแบบแผนการโฆษณาที่คล้ายกัน ขอยกตัว(บาง)อย่างก็แล้วกันนะครับ
 
กลุ่มที่ 1. พวกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว(ทุกผิวของรางกายเช่น  ผม ซอกหลืบจักแร้ ง่ามขา ง่ามตูด)
แบบแผนหรือเรื่องราวของโฆษณาของสินค้ากลุ่มนี้ ก็จะประมาณว่า ดาราดังที่รับจ้างมาโฆษณาสินค้านั้น (ถ้าเปลี่ยนเป็น brand ambassador ล่ะก็ หล่อเลย) ก็มักจะคิดในใจ (ภาพก็จะเป็นแบบสี เทาๆทึมๆ) ว่าก่อนหน้าที่จะมาพบสินค้าตัวนี้ ผมเผ้าจะยุ่งเหยิง หวีไม่ได้ ขาดเสีย แห้งแตกปลาย ไร้น้ำหนัก บ้างก็แทบจะเป็นไม้กวาดอยู่แล้ว แต่พอมาเจอสินค้าตัวนี้ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป ผมจะสลวยสวยเก๋ ดุจเคลือบ wax ขัดเงาทีล่ะเส้นกันอย่างนั้นเลย หากเป็นโรลออนดับกลิ่นจั๊กกะแร้ ก็คล้ายๆกัน ก่อนใช้ก็จะจั๊กกะแร้เปียก ดำ ไม่เรียบเนียน หลังใช้ เนียนนิ่มนุ่มน่าซุกน่าดม
คือ ถามจริงๆเถอะว่าเราเชื่อแบบนั้นจริงๆหรือว่าดาราเหล่านี้เค้าใช้สินค้าที่รับจ้างโฆษณานั้นจริงๆ?
 
กลุ่มที่ 2. พวกอาหาร fast food ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย
มาถึงกลุ่มของกินกันบ้าง ถ้าหากเป็นการโฆษณาขนมกรุบกรอบบรรจุไว้ในซอง ภาพที่เห็นได้ทั่วไปจากโฆษณาก็คือ ภาพดาราดังถือถุงขนมที่ชิ้นขนมแทบจะล้นถุงออกมาทิ่มตาตัวเอง ผมว่าถ้าเปลี่ยนเป็นตลกซุปตาร์ล่ะก็ได้เห็นแก๊กนี้แน่ๆ พอเราหิวๆแล้วยิ่งเห็นภาพโฆษณาแล้วล่ะก็...เปรตสิงเลย อยากกินขึ้นมาเชียว อ่าาา...ไปซื้อถุงใหญ่สุดของขนมที่โฆษณานั้นมา เปิดถุง แล้วลองเทใส่จานดู...ครับ...เห็นแล้วรู้สึกท้อแท้ อ่อนแอ หวั่นไหว คือแบบว่า ต้องซื้อ 4 ห่อ แล้วแกะเอาชิ้นขนมมายัดใส่รวมไว้ในถุงเดียวถึงจะเหมือนตามภาพที่โฆษณา แล้วถ้าเป็นโฆษณาอาหารพวก fast food ล่ะ รูปอาหารที่เห็นจากโฆษณานั้นเหมือนทำกันสดๆในรายการเชฟกระทะเทปล่อน คือมันน่ากินมาก (แต่ของจริงไม่ต้องพูดถึง เห็นแล้วเพลีย _ _" )
 
กลุ่มที่ 3. พวกเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์อะไรซักติ่งเดียว (ประเภทวิสกี้ หรือ เบียร์) 
 
เนื้อหาในโฆษณาจะไม่พูดถึงตัวสินค้าเลย(คือแบบว่าไม่รู้จะหาประโยชน์อะไรมาโฆษณาดี) แต่เอาดาราดัง หรือไม่ดัง มาแสดงความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมโลก ช่วยเหลือสังคม ซ่อมรถที่เสียกลางทาง เพื่อนโทรตามไปซ่อมรถ ชักชวนเพื่อฟูงไปดับไฟป่า ดำน้ำปลูกปะการัง เก็บเห็ดโคน อะไรก็สุดแ้ล้วแต่ที่จะดูดี อาจเพราะว่าเครื่องดื่มมันไม่มีอะไรดีเลย
 
กลุ่มที่ 4. มอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ ไม่เกิน 150 cc
เค้าก็จะเอาดาราที่เคยขี่แต่ harley davidson หรือ super bike คันละเจ็ด แปดแสน มาขี่มอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ เ่อ่ออ....ภาพที่ได้ก็แบบว่า ดาราตัวบะเร่อบะร่า นั่งขี่รถจ่ายกับข้าวเฟี้ยวไป ฟ้าวมา คือถ้า ขอสามคำล่ะก็ ต้องบอกว่า "ดู ไม่ จืด"  _ _"
 
กลุ่มที่ 5. รถยนต์รักษ์โลก 
"ขับคันนี้ลดการปล่อยมลพิษ เทียบเท่ากับต้นไม้ 100 ต้น คำนวนโดยเปรียบเทียบเฉลี่ย 33000 กิโลเมตร/ปี เมื่อใช้ระบบไฮบริดเท่านั้น" ฟังแล้วเราก็เคลิบเคลิ้ม ขับแล้วดุจว่าต้นไม้งอกออกมา 9 ต้นต่อเดือน....
 
แต่ทว่า...ความจริงก็ืคือ เมื่อขับรถคันนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าต้นไม้ร้อยต้นจะงอกออกมานะครับ แต่เมื่อคุณขับไปได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร รถคันนี้จะปล่อย CO2 ที่หนัก 1 ขีด ออกมา ลองคิดดูว่าถ้า ที่ระยะ 33000 กิโลเมตร ต่อ ปี รถคันนี้จะปล่อย CO2 ออกมาทั้งสิ้น 33000x104=3432000 กรัม หรือ 3432 กิโลกรัม หรือ 3.4 ตัน o_O

ติต่างว่าน้ำหนักรถเท่ากับ 1.4 ตัน ดังนั้น CO2 ที่คันนี้ปล่อยออกมาต่อปีเท่ากับน้ำหนักรถคันนี้สองคันครึ่ง!

จริงๆแล้วโฆษณาก็ไม่ได้พูดผิด(แต่มักจะทำให้เข้าใจผิด) เพราะเค้านำเสนอ "โอกาส" ที่จะลด CO2 ได้เมื่อใช้รถไฮบริดนี้เทียบกันกับรถคันอื่นที่ปล่อย CO2 มากกว่าแค่นั้นเอง
 
สุดท้่าย 6. มีดโกนหนวด...
คือแบบว่า พัฒนาอะไรมิทราบ พัฒนาด้ามจับสินะครับ ใบมีดก็อันเดิมกับเมื่อหลายปีที่แล้ว (อีกหน่อยคงหาค่าแรงต้านอากาศ ภายในอุโมงอากาศ ของด้ามมีดโกนหนวดแน่นอน) 
 
และอีกมากมายก่ายกอง (ให้เขียนก็คงจะไม่จบ)
 
โฆษณาคือสิ่งที่ไม่ผิด (ตามกฏหมาย) แต่ก็ไม่ถูกด้วยเหมือนกัน การที่คนกลุ่มหนึ่งที่รู้เท่าทันขีดจำกัดในด้านเหตุผล และอารมณ์ ของมนุษย์ แล้วใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ โดยผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า "โฆษณา" เพื่อ