CH5: Pursuit of happiness??

posted on 25 Oct 2012 14:56 by do-u-no directory Cartoon, Idea
Pursuit of happiness...really?
 
 
 
 

CH4: โฆษณา สะกดจิต?

posted on 15 Oct 2012 09:22 by do-u-no directory Entertainment, Diary
 
เวลาที่่ดูรายการโปรดในทีวีนั้น ช่วงเวลาที่เบื่อสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นเวลาที่เราจะผละออกจากทีวีได้ เพื่อไปเข้าห้องน้ำ ชงชา กาแฟ กินน้ำ ปัสสาวะ บีบสิว หรืออะไรต่อมิอะไรนั้น เราจะอาศัยช่วงที่รายการทีวีกำลัง "โฆษณา" สินค้าที่เป็นสปอนเซอร์ของรายการ นี่แหละ แต่หากว่าไม่ได้ลุกไปไหนละก็ ทนดูกันไปเถอะครับ
 
ผมว่าทีวีผมเสียนะ ="= และทีวีทุกๆคนคงจะเสียแบบทีวีผม และก็คงเสียเหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ สงสัยทีวีผมหลุด QC เกาหลีใต้แน่ๆ คือแบบว่าพอรายการสนุกๆเนี่ย เสียงก็ปรกตินะ ค่อนไปทางเบาด้วย แต่พอถึงช่วงพักโฆษณาล่ะก็ แบบว่า เหมือนผีหลอก คือดังขึ้นมาเองเฉยเลย รีม่งรีโมทก็่ยังไม่ได้กดปรับเพิ่มเสียงอะไรเลย ...แบบว่าจูนหูไม่ทัน ดังเกิ้น!!
 
คิดเหมือนกันมั้ยว่า โฆษณา จริงๆแล้วก็ไม่ต่างไปจากการสะกดตจิตคนใ้ห้คล้อยตามในสิ่งที่อยากจะให้ทำ อยากจะให้ชอบ อยากจะให้ซื้อ สิ่งที่พูดถึงในโฆษณานั้นไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกซะทีเดียว หรือไม่ครบ ไม่ก็พูดเร็วเกินที่หูคนจะฟังทันแล้วเข้าใจ ผมว่าการนั่งดูโฆษณาขายสินค้าในทีวี แล้วคิดตามมันก็มีความสนุกอยู่เหมือนกันนะ ผมมักจะไม่ลุกไปไหนเวลาโฆษณา (เป็นเพราะขี้เกียจแหละครับ แหะๆ) คือ อยากจะดูว่าโฆษณาที่ดูนั้นเค้าจะสะกดจิต...เอ่ออ...นำเสนอสินค้าให้เราอยากซื้ออย่างไรบ้างน้า....
 
จะว่าไปแล้วสินค้าต่างๆที่โฆษณาใน TV นั้นเยอะมากกกกกกก แต่หากมองกันดีๆ แล้วจับเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้ว จะเห็นว่าในผลิตภัณฑ์ที่คล้ายๆกันนั้นจะมีแบบแผนการโฆษณาที่คล้ายกัน ขอยกตัว(บาง)อย่างก็แล้วกันนะครับ
 
กลุ่มที่ 1. พวกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว(ทุกผิวของรางกายเช่น  ผม ซอกหลืบจักแร้ ง่ามขา ง่ามตูด)
แบบแผนหรือเรื่องราวของโฆษณาของสินค้ากลุ่มนี้ ก็จะประมาณว่า ดาราดังที่รับจ้างมาโฆษณาสินค้านั้น (ถ้าเปลี่ยนเป็น brand ambassador ล่ะก็ หล่อเลย) ก็มักจะคิดในใจ (ภาพก็จะเป็นแบบสี เทาๆทึมๆ) ว่าก่อนหน้าที่จะมาพบสินค้าตัวนี้ ผมเผ้าจะยุ่งเหยิง หวีไม่ได้ ขาดเสีย แห้งแตกปลาย ไร้น้ำหนัก บ้างก็แทบจะเป็นไม้กวาดอยู่แล้ว แต่พอมาเจอสินค้าตัวนี้ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป ผมจะสลวยสวยเก๋ ดุจเคลือบ wax ขัดเงาทีล่ะเส้นกันอย่างนั้นเลย หากเป็นโรลออนดับกลิ่นจั๊กกะแร้ ก็คล้ายๆกัน ก่อนใช้ก็จะจั๊กกะแร้เปียก ดำ ไม่เรียบเนียน หลังใช้ เนียนนิ่มนุ่มน่าซุกน่าดม
คือ ถามจริงๆเถอะว่าเราเชื่อแบบนั้นจริงๆหรือว่าดาราเหล่านี้เค้าใช้สินค้าที่รับจ้างโฆษณานั้นจริงๆ?
 
กลุ่มที่ 2. พวกอาหาร fast food ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย
มาถึงกลุ่มของกินกันบ้าง ถ้าหากเป็นการโฆษณาขนมกรุบกรอบบรรจุไว้ในซอง ภาพที่เห็นได้ทั่วไปจากโฆษณาก็คือ ภาพดาราดังถือถุงขนมที่ชิ้นขนมแทบจะล้นถุงออกมาทิ่มตาตัวเอง ผมว่าถ้าเปลี่ยนเป็นตลกซุปตาร์ล่ะก็ได้เห็นแก๊กนี้แน่ๆ พอเราหิวๆแล้วยิ่งเห็นภาพโฆษณาแล้วล่ะก็...เปรตสิงเลย อยากกินขึ้นมาเชียว อ่าาา...ไปซื้อถุงใหญ่สุดของขนมที่โฆษณานั้นมา เปิดถุง แล้วลองเทใส่จานดู...ครับ...เห็นแล้วรู้สึกท้อแท้ อ่อนแอ หวั่นไหว คือแบบว่า ต้องซื้อ 4 ห่อ แล้วแกะเอาชิ้นขนมมายัดใส่รวมไว้ในถุงเดียวถึงจะเหมือนตามภาพที่โฆษณา แล้วถ้าเป็นโฆษณาอาหารพวก fast food ล่ะ รูปอาหารที่เห็นจากโฆษณานั้นเหมือนทำกันสดๆในรายการเชฟกระทะเทปล่อน คือมันน่ากินมาก (แต่ของจริงไม่ต้องพูดถึง เห็นแล้วเพลีย _ _" )
 
กลุ่มที่ 3. พวกเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์อะไรซักติ่งเดียว (ประเภทวิสกี้ หรือ เบียร์) 
 
เนื้อหาในโฆษณาจะไม่พูดถึงตัวสินค้าเลย(คือแบบว่าไม่รู้จะหาประโยชน์อะไรมาโฆษณาดี) แต่เอาดาราดัง หรือไม่ดัง มาแสดงความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมโลก ช่วยเหลือสังคม ซ่อมรถที่เสียกลางทาง เพื่อนโทรตามไปซ่อมรถ ชักชวนเพื่อฟูงไปดับไฟป่า ดำน้ำปลูกปะการัง เก็บเห็ดโคน อะไรก็สุดแ้ล้วแต่ที่จะดูดี อาจเพราะว่าเครื่องดื่มมันไม่มีอะไรดีเลย
 
กลุ่มที่ 4. มอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ ไม่เกิน 150 cc
เค้าก็จะเอาดาราที่เคยขี่แต่ harley davidson หรือ super bike คันละเจ็ด แปดแสน มาขี่มอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ เ่อ่ออ....ภาพที่ได้ก็แบบว่า ดาราตัวบะเร่อบะร่า นั่งขี่รถจ่ายกับข้าวเฟี้ยวไป ฟ้าวมา คือถ้า ขอสามคำล่ะก็ ต้องบอกว่า "ดู ไม่ จืด"  _ _"
 
กลุ่มที่ 5. รถยนต์รักษ์โลก 
"ขับคันนี้ลดการปล่อยมลพิษ เทียบเท่ากับต้นไม้ 100 ต้น คำนวนโดยเปรียบเทียบเฉลี่ย 33000 กิโลเมตร/ปี เมื่อใช้ระบบไฮบริดเท่านั้น" ฟังแล้วเราก็เคลิบเคลิ้ม ขับแล้วดุจว่าต้นไม้งอกออกมา 9 ต้นต่อเดือน....
 
แต่ทว่า...ความจริงก็ืคือ เมื่อขับรถคันนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าต้นไม้ร้อยต้นจะงอกออกมานะครับ แต่เมื่อคุณขับไปได้ระยะทาง 1 กิโลเมตร รถคันนี้จะปล่อย CO2 ที่หนัก 1 ขีด ออกมา ลองคิดดูว่าถ้า ที่ระยะ 33000 กิโลเมตร ต่อ ปี รถคันนี้จะปล่อย CO2 ออกมาทั้งสิ้น 33000x104=3432000 กรัม หรือ 3432 กิโลกรัม หรือ 3.4 ตัน o_O

ติต่างว่าน้ำหนักรถเท่ากับ 1.4 ตัน ดังนั้น CO2 ที่คันนี้ปล่อยออกมาต่อปีเท่ากับน้ำหนักรถคันนี้สองคันครึ่ง!

จริงๆแล้วโฆษณาก็ไม่ได้พูดผิด(แต่มักจะทำให้เข้าใจผิด) เพราะเค้านำเสนอ "โอกาส" ที่จะลด CO2 ได้เมื่อใช้รถไฮบริดนี้เทียบกันกับรถคันอื่นที่ปล่อย CO2 มากกว่าแค่นั้นเอง
 
สุดท้่าย 6. มีดโกนหนวด...
คือแบบว่า พัฒนาอะไรมิทราบ พัฒนาด้ามจับสินะครับ ใบมีดก็อันเดิมกับเมื่อหลายปีที่แล้ว (อีกหน่อยคงหาค่าแรงต้านอากาศ ภายในอุโมงอากาศ ของด้ามมีดโกนหนวดแน่นอน) 
 
และอีกมากมายก่ายกอง (ให้เขียนก็คงจะไม่จบ)
 
โฆษณาคือสิ่งที่ไม่ผิด (ตามกฏหมาย) แต่ก็ไม่ถูกด้วยเหมือนกัน การที่คนกลุ่มหนึ่งที่รู้เท่าทันขีดจำกัดในด้านเหตุผล และอารมณ์ ของมนุษย์ แล้วใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ โดยผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า "โฆษณา" เพื่อให้คนสนใจสินค้าของตนเอง คงไม่ต่างอะไรกับการสะกดจิต ควบคุมสมองของผู้คน
 
ลองเปลี่ยนมุมมองในการดูโฆษณาใหม่ ใช้สติสัมปชัญญะ แล้วดูว่าเค้ากำลังจะสะกดจิต เ่อ้ยย!!...เสนอสินค้าดีๆอะไรให้กับเรากันนะครับ

 

 


 

 

edit @ 16 Oct 2012 15:15:32 by douno

Samsung Galaxy Note 2; S pen ครองเมือง

posted on 03 Oct 2012 09:27 by do-u-no directory Tech
2499 (2555) Galaxy Note ครองเมือง!!
 
 
 
เบื้องหลังครับ วาดด้วย Sketchbook pro ครับผม
 
 
จบเลยทีเดียวครับ
 
ปล.แอบกัดนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ นะครับ ^^

edit @ 3 Oct 2012 09:36:50 by douno

Ch3:เทศกาล music festivals

posted on 14 Sep 2012 13:35 by do-u-no directory Entertainment
       ใครไม่ชอบฟังเพลงบ้างเอ๋ย ไหนลองเอามือลงหน่อยซิ! (งืมมม.. แสดงว่าชอบกันหมด เพราะไม่มีใครยกมือขึ้นเลย จริงมั้ย ;P )ไม่รู้ว่าเป็นเหมือนผู้เขียนกันบ้างรึเปล่านะ ที่เมื่อฟังเพลงจากวงดนตรี หรือศิลปินที่เล่นกันสดๆ แล้วมันเพราะกว่าฟังจากแผ่นซีดี หรือ mp3 (ที่พวกเราโหลดๆกันมาอ่ะนะครับ -  -") อยู่หลายขุมนัก ทำให้รู้สึกเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบันทึกที่ดีที่สุดในสามโลก ก็คงไม่สามารถบันทึกเสียงทุกเสียง สำเนียงทุกสำเนียงที่มาจากศิลปินได้หมดจด หรืออาจเป็นเพราะบรรยากาศที่ผสมโรงกับเครื่องดื่มชวนฝันที่ถือกันอยู่ในมือก็เป็นได้
      ใกล้ฤดูหนาวเข้ามาทุกทีแล้วสินะ เป็นฤดูแห่งเสียงเพลงที่ลอยผ่านตามสายลมหนาวจากต้นกำเนิดที่เรียกว่า music festival บ้างจัดกันในป่า บ้างก็จัดกันบนยอดดอยสูง บ้างก็ัจัดกันริมชายหาด (ไม่ยักกะมีตลาดน้ำ music festival แฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า) หากใครที่รักในเสียงเพลงแล้ว คิดว่าไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง กับการฟังศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบเล่นให้ฟังกันสดๆ ในบรรยากาศหนาวเหน็บ กับสาวสุดชิค หนุ่มคู่ใจ หรือกับแก๊งสเตอร์ก็มันส์กันไปอีกแบบ
     เมื่อถึงสถานที่จัดงานแล้วสิ่งแรกที่ทุกคนต้องเหนื่อยกันก่อนคือการหาที่จอดรถ...เอาน่า...ไม่เป็นไร เรามาสายหน่อยจอดไกล เดินหน่อยไม่เป็นไรหรอกออกกำลังกาย จากนั้นก็ต้องแย่งกันหาที่นั่งหน้าเวทีอีก เอาน่า.....เบียดๆกันหน่อย อย่างน้อยก็ได้ใกล้ศิลปินสุดโปรดล่ะฟระ
 
 
อ่าาาา รอฟังมาตั่งนานล่ะ เพลงนี้ เพลงที่เคยร้องให้แฟนฟังช่วงที่จีบแฟนใหม่ๆ/หรือฟังตอนที่หมาสุดเลิฟคลอดลูกตัวแรก/หรือฟังตอน อกหักรักคุด บลา บลา บลา ว่ากันไป......... มางานนี้ก็เพื่อจะรอฟังเพลงนี้เลย เพลงโปรดของเรา ไม่รอช้าที่หยิบมือถือออกมาถ่ายคลิปวีดีโอ ไว้ซักหน่อย ...อ่าาา......ยังเพราะไม่เคยเปลี่่ยนเลยนะ ส่วนภาพก็ชัดแจ๋วผ่านหน้าจอขนาด 4 นิ้วชนิด OLECD รุ่น super Amoled Retina Display turbo IPS plus ความละเอียดระดับ 400ppi มองจากมุมไหน แองเกิลใด ก็ไม่มีสีซีดหมอง หยั่งกับใช้บรีสคัลเลอร์เคลือบไว้ตลอดเวลาก็ไม่ปาน ...........แต่เอ๊ะ!!! + +" ไหนๆก็หอบตัวเองมาจนถึงงาน music festival ขนาดนี้แล้ว ช่วงเวลาสำคัญที่สุดแบบนี้ทำไม ไม่มองผ่านจากเรตินาเบ้าตาเราเองล่ะ กลับมองผ่านหน้าจอเล็กๆแคบๆ ขนาด 4 นิ้วให้เสียบรรยากาศทำไม เพราะท้ายที่สุดไอ่คนข้างๆมันก็ถ่ายวีดีโอจากมือถือเหมือนกัน แถมอัพโหลด youtube ให้เสร็จสรรพ ไม่เชื่อไปลองดูได้ 1 วันหลัง music festival เลิกรา ลองไปค้นดูใน youtube หาเพลงที่เราชอบ ซึ่งเล่นสดใน music festival ที่เราเพิ่งไปมา ดูนะครับ รับรองมีเป็น 10 เวอร์ชั่นให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ (บางอันอดทนฟังกันหน่อยนะครับ เพราะอาจมีคนฮัมเพลงคลอตาม แบบว่า ร้องคอรัสทั้งเพลง คือ...ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องร้องคอรัสทั้งเพลงด้วย เอ๊ะ!! หรือเค้าร้องผิดคีย์ O_o)
     บางทีกล้องบันทึกภาพที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ ก็คงใช้แทนการบันทึกภาพผ่านสายตาเราเองไม่ได้ สิ่งที่เรามอง ณ ตอนนั้น จะคงอยู่ในใจเราตลอดไป คงต่างกันกับการมองผ่านหน้าจอเล็กๆที่เห็นศิลปินตัวเท่าปลวกเดือน12 ซึ่งอาจทำให้ความรู้สึกดีๆ ประสบการณ์ดีๆ ภาพเหตุการณ์ประทับใจ จะระเหิดไปกับสายลมหนาวและแสง spot light คงเหลือไว้เพียงภาพวีดีโอ กากๆ และเสียงอื้ออึงที่ฟังเสียงแล้วแทบแยกไม่ออกว่ากำลังฟังเพลงอยู่หรือฟังเสียงม็อบประท้วงกันแน่
 
 
 
ปล. คนที่ถ่ายคลิปวีดีโอจากมือถือที่อยู่ในมือนั้นเนี่ย ต้องเพ่งสายตาไปที่จอตลอดเวลา ไม่เชื่อคุณลองถ่ายคลิปการเ่ล่นแสดงสดของศิลปินคนโปรดดูนะครับ ^,^
 

CH2: โอ อิ ชิ ตัน

posted on 10 Sep 2012 08:10 by do-u-no directory Idea
"อยากได้ของฟรีกันมั้ยครับ? " *

 
       สิ้นเสียงคำถามนี้หลายคนคงนึกในใจว่า เฮ้ย! ฟรีนี่หว่า ทำไมจะไม่เอาวะ ถ้าไม่ได้ใช้ก็ทิ้งไป หรือให้คนอื่นต่อก็ยังได้ ดั่งเรื่องราวที่ฮอตฮิทกันอยู่ใน Social  network ชื่อดังตอนนี้ (อ่าว! แล้วมันเรื่องไหนฟระ มีเ็็ป็นร้อยเรื่อง อ่าาห์..ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวผู้เขียนจะสาธยายให้ฟัง) ก็คือเรื่องการแจกของชิงโชคระหว่าง จอมยุทธหมู และ สำนักยอดชา(เป็นสถาับันเก่าของจอมยุทธหมู แล้วทำไมจอมยุทธหมูถึงออกจากสถาบันนะ เป็นเพราะงอนรึเปล่าน้า อันนี้ไม่อาจทราบได้ แต่ชัดเจนว่าจอมยุทธก็ยังขายชาเขียวเหมือนเดิม) หากใครกำลังคลุกฝุ่นอยู่วงในลึกสุดใจของสงครามการตลาดน้ำยอดชานี้แล้ว ขอให้หายใจลึกๆ และผู้เขียนอยากจะให้ถอยออกมา ทีละก้าว ละก้าว (ยัง..ยังอีก ออกมาเร้วว) ก้าวถอยออกมาไกลพอที่จะมองเห็นภาพกว้าง มองเห็นความสนุกของการวางกลยุทธ์ทางการตลาด ทางหนีทีไล่ ที่ทั้งจอมยุทธ์หมู และสำนักยอดชาประวรยุทธกัน เรื่องราวของการตลาดของทั้งสองฝ่ายนั้น หากร้อยเรียงจับประเด็นกันให้ดีแล้ว จะเห็นว่าทั้งคู่ต่างโรมรัน งัดวรยุทธเด็ดๆ ออกมาห้ำหั่นกันอย่างชนิดที่ว่าหายใจรดหน้าผากกันเลยทีเดียว ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำ ฝ่ายจอมยุทธหมูมักจะมีวรยุทธเด็ดๆแปลกๆมาออกศึกเสมอๆ ส่วนฝายสำนักยอดชานั้นก็ไม่น้อยหน้า จะโต้กลับด้วยวรยุทธคล้ายกันแต่พลังมากกว่าทวีคูณ (แจกมากกว่าเยอะกว่า)........................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความจริงการแจกของ ของทั้งคู่เยอะกว่านี้มากมายหลายเท่า แต่ยกมาพอให้เห็นภาพนะจ๊ะ
*ตอนนี้เฮียแกลบการแจก iphone 5 ออกจาก social network แล้วครับ
 
        หากว่าดูกันลึกๆแล้ว ทั้งจอมยุทธหมู และสำนักยอดชาน่าจะใช้ตำราพิชัยสงครามเล่มเดียวกัน (อาจเป็นเพราะทั้งสองขั้วมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน) ใช้วรยุทธการตลาดที่คล้ายๆกัน ซึ่งแตกต่างจากสำนักอื่นๆที่มีถมถืดในยุทรจักรที่ชื่อว่า ไท แห่งนี้ นั่นคือ การตลาดที่ไม่มีดอกจันทร์ (*) คือหมายความว่า คุณไม่ต้องเอา 10 ฝาเกลียว บวก 13 ฝาจีบ บวก 14 ฝาโอ่ง ส่งชิงโชคมาที่ ตู้ ปณ. อบต. อบจ. ใดๆ เพื่อลุ้นทองครึ่งของครึ่งสลึง เหมือนที่เคยทำตามๆ กันมาแต่อดีตให้เสียเวลา แล้วไม่ต้องห่วงนะครับ ดอกจันทร์ขี้แจงเงื่อนไขในการรับรางวัลแต่ละอย่างเยอะยิ่งกว่าตีนกาท่านจอมยุทธเสียอีก (บางผลิตภัณฑ์เยอะขนาดสามดอกซ้อน)
        แต่สำหรับพิชัยสงครามยอดชาเล่มนี้ เพียงแค่คุณกด LIKE กด Share  ส่ง sms เพียงเท่านี้ก็จะได้ร่วมลุ้น รางวัลใหญ่ล่อใจ ซึ่งจะเห็นว่าง่ายกว่าเดิมเยอะแถมมีข้อกำหนดในการชิงโชคน้อยมาก (ดอกจันทร์ไม่ค่อยมี) แจกกันก็แจกจริงๆจะๆ ให้เห็นกับตากันจริงๆ ดั่งสโลแกนชินหูคุ้นตาผ่านโสตประสาทของหลายๆคนมาพอสมควร ซึ่งต้องยอมรับว่าได้ผลจริงเสียด้วย และคงเป็นใครไปเสียไม่ได้ที่เป็นรุ่นแรกในการบุกเบิกวรยุทธการตลาดแบบนี้ นอกจากจอมยุทธหมู (จำ 30 ฝา 30 ล้านกันได้มั้ยเอ๋ย ผู้เขียนสารภาพว่าในแต่ละอาทิตย์ต้องจัดชาเขียวของเฮียแกชุดใหญ่ อย่างต่ำต้องครึ่งตู้แช่ เซเว่นฯ เห็นจะได้ ตอนนั้นยอมรับเลยว่าสารแอนตี้ออกซิแดนท์พลุ่งพล่านในร่างกายมาก เหอะๆ)
        เคยมีโอกาสฟังจอมยุทธหมูบรรยายสดครั้งนึง ต้องยอมรับในความ เก่งทำธุรกิจ ของเขาจริงๆ นับถือ นับถือ มีตอนนึงจอมยุทธกล่าวไว้ว่า "การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่อง เงินทุน แต่คือวิธีการที่คุณใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรตั่งหาก แก้ได้ก็รวย แก้ไม่ได้ก็เจ๊ง!!" ซึ่งหากเรายังยืนอยู่วงนอกของสงครามการตลาดนี้ เพียงเฝ้ามองการ แก้ปัญหาธุรกิจ การแก้เกมส์ไปมาของทั้งสองฝากฝั่ง เราก็อาจจะได้วรยุทธการตลาดดีๆ กลับไปขบคิด ต่อยอดกับงานเราหรือธุรกิจของเรา ก็ เป็น ได้ (เสียประโยคนี้ขอให้นึกถึงเสียผู้บรรยายในรายการ คนอยากเห็นผีม้ากมาก เข้าไว้นะครับ) แต่ต้องทำใจให้เป็นกลางนะครับไม่เอาใจโอนเอนฝักไฝ่ฝ่ายใด
 
 

 
_________________________________________________________
*หมายเหตุ
         หากใครเคยอ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์หรือพอผ่านๆ ตา (หรือถ้าไม่ได้อ่านก็ไม่เป็นไร ผู้เขียนจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ :p) คงจะคุ้นกับคำว่า "No cash on the table." หรือจะให้คุ้นชินที่สุดก็ประโยคสุดจริงนี้ครับ "ของฟรีไม่มีในโลก" ทุกอย่างล้วนมีเหตุมีผล บางครั้งการให้ก็เพื่อการได้รับที่มากกว่า
 
ฉุกคิดซักหน่อยว่าเราอยากได้ของฟรีๆ กันรึเปล่า
 
อาละผู้เขียนเสียเพลามามากเอาการแล้วขออนุญาติกลับเข้าคลุกฝุ่นเพื่อ กด LIKE กด Shareก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหลุดวงโคจร อดได้รางวัลใหญ่ล่ะยุ่งเลย
 
 
 
"เอ้ รึจะให้ทัวร์ยกโคตร ไปเลยดีฟระ ให้เอาอาม่า อาอึ้ม เหล่าเจ็ก เหล่าตั๋วอี๊ ไปด้วยเลยน่าจะดีนะ อืมๆๆ"

จำความรู้สึกตอนที่เราเลือกซื้อ สมาร์ทโฟนดีๆ ที่ดีไซน์ โดนใจได้มั้ยเอ๋ย?
แทบทุำกคนก็ต้องไปค้นหาข้อมูลเยอะแยะมากมาย ของรุ่นที่คิดจะซื้อไม่ว่าจะเป็นความเร็วเครื่องเท่าไหร่ กี่กิ๊ก เมมโมรี่เยอะมั้ยเมมรูปได้กี่รูป(ถ่ายไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยเอากลับมาดู) กล้องชัดแค่ไหน (แต่จบที่ instragram ทุกทีสิน่า) วัสดุที่ใช้ (ดูเหมือนว่า) หรูรึเปล่า (หรูรึเปล่า คือ แบบว่าเป็นโลหะหรือพลาสติก) และสิ่งที่คงลืมไปเสียไม่ได้คือ ดีไซน์มือถือ ว่าสวยโดยใจเป็นรุ่นที่ชาวบ้านเค้าใช้กันรึเปล่า


 
อ่าาาาาาห์.... ถึงตรงนี้เราก็ได้สมาร์ทโฟนสุดชิคที่ใครๆหลายๆคนอิจฉามาซักที
             แต่เดี๋ยวก่อน!! เราก็คงจะวิตกจริตว่าสมาร์ทโฟนใหม่จะเป็นรอยขีดข่วนใช่หรือไม่......ครับ! ก็จะต้องวิ่งแจ้นตามหา เคส สวยๆ กันอีก จนขาขวิด หอบแดกกันไปข้าง

และท้ายที่สุดก็จะได้เคสสวยงามหลากสีมาไว้ในครอบครอง แต่ผลจากการใส่เคสก็ต้องแลกกับการที่เราจะไม่ได้เห็นดีไซน์ที่สวยงามนั้นอีกต่อไปจนกว่าจะเปลี่ยน เคส อันใหม่หรือถอดสมาร์ทโฟนออกมาเช็ดฝุ่น ดูความงามซัก 2 นาที (จิบกาแฟไปด้วย สุนทรีสุดๆ) แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ (เพื่อ?)
         เป็นความจริง(ที่เจ็บปวด)สำหรับคนที่ซื้อสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยงาม แต่กลับไม่เคยเห็นดีไซน์นั้นอีกเลยหลังจากที่ใส่ เคส หุ้มกันรอยเอาไว้
 
         ฉุกคิดซักนิดว่าตลอดการใช้งานสมาร์ทโฟน นั้น เราอยากจะมองดีไซน์สวยๆของมัน หรือมอง เคส สวยๆกันแน่